Profil de LucentLucent Glary's Mini-stor...PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
Lucent Glary's Mini-story1 mai กลับมาแล้วอย่างเงียบๆ Mage Story The Movie Episode 1 Journey Begin กลับมาลองเขียนอีกครั้งหลังจากหายไปนานนนนนนมาก นานกว่าคราวก่อนเป็นปีๆ ไม่ได้อ่านบล็อกตัวเองตั้งนาน ลองอ่านใหม่ดู = = เฮ้ย เขียนไปได้ไงฟะ วันนี้อยากกลับมาเขียนเพื่อระบายความอัดอั้น ต่างๆที่เจอมาตลอดสองสาม (หรือว่าสี่ = = ไม่ได้นับแฮะ)ปี ขอความกรุณาเพื่อนๆ ช่วยเป็นที่รับอารมณ์ไอเจ้าเมฆคนนี้หน่อยก็แล้วกันนะ เวลาผ่านมาตั้งเนินนาน ทนเรียนคณะนิเทศศิลป์เอแบคได้ตั้งนานก็เริ่มรู้สัจธรรม ว่าที่นี่มันมหาลัยของพวกdesigner ม่ะใช่ Cartoonist นี่นา สงสัยหละสิว่าต่างยังไง จะอธิบายตามค่านิยมของมหาลัยฝรั่งที่ชื่เอแบ... นี่ล่ะกันนะ Designer = กลุ่มคนที่รวมตัวภายใต้ นิยาม ง่ายแต่หรู...กรูไม่จน งานของพวกเค้าจะออกแนวภาพกราฟิค อะไรที่มันดูเรียบง่ายแต่มีพลัง (ที่ชั้นไม่เคยได้สัมผัสว่ามันมีอยู่ตรงหลืบไหน) ตัดภาพนี่นิด ติดภาพนี่หน่อย...เสร็จแระ!?! ได้ทั้งเงินทองและความน่่าเชื่อถือ Cartoonist = กลุ่มคนที่ลงทุน ลงแรง เพื่อ สร้างสรรสิ่งต่างๆจากหน้ากระดาษเปล่าๆ ให้มีพลังและเปี่ยมคุณค่า แต่หลังจากทำออกมา มักจะโดน ด่า สับ ขยี้ บี้ ขี้ ใส่ไม่เหลือดี นับว่าพวกเค้าเหล่านี้ เป็นเยื่อ สดๆของเหล่านักวิจารณ์ว่างงาน ปากดีทั้งหลาย ทีนี่ เรื่องมันก็เริ่มต้นที่ว่า กระผ้ม มีความข้องใจอย่างแรงกับระบบการศึกษาของที่นี่ (เอาไว้เด้วจะเล่าในภายหลัง) ผมจึงเริ่มตัดสินใจ ดรอบหนึ่งปี เพื่อ ออกไปสู่โลกภายนอก เพื่อตามหาความจริง ที่ผมไม่มีทางได้เจอในกำแพง เหล็ก และเสาคอนกรีตของรั้วมหาลัย ความฝันของผม จะต้องไม่เจือจางไปกับความเป็นจริง มันยังอยู่สว่างไสวอยู่ตรงหน้าผมตลอดมา เพียงแต่ผม ไม่เคย เดินออกจากบานประตูไปหามัน ว่าแล้วก็เริ่มเรย searchเน็ท หางาน ทิ้งชื่อ ไว้ในเว็บพร้อมประวัติ สมบูรณ์แบบ วาดการ์ตูนเป็น พิมดีดเป็น พูดฝรั่งได้ จบม.6 ขับรถไม่เป็น ไม่มีผลงาน (เฮ้ย... ทำไมมันเริ่มเอี้ยแล้ววะ หันกลับไปดูพอร์ทของเพื่อน นามกรเทพยุ้ยสุดซัมเม๋า แม่งเอ้ยยย ไม่อยากจะพูดครับคุณผู้ชม ผลงานเปิดเป็นแกลลอรี่ พอร์ทสามเล่มยังเอาไม่อยู่ยัดลงDVDข้อมูลเทพยังเกือบทะลัก ไม่เพียงแค่นั้น!?! มันมี Honor!!! พูดง่ายๆว่า เหมือนเหรียญตราเนี้ยแหละครับคุณผู้ชม ลิซประวัติงานยาวเป็นหางว่าว บ่งบอกถึงการผ่านโลกมาอย่างเจนจัด) พระช่วย!?!...แล้วแบบนี้พอร์ทดองขี้ของกรูจะเอาอะไรไปสู้มันวะ คิดได้อย่างงี้ ก็ไม่วาย ฝากความน่าภาคภูมิใจลงเว็ป เป็นประวัติ รอให้เจ้าของบริษัทซวยๆซักแห่งมาติดกับ ผ่านไป สามวัน.... มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น!?! พระช่วย!?! พระช่วย!?! ทำไงดี ๆ ..... รับสิมึง "เฮ้ย ไอเมฆ พรุ่งนี้มีลงทะเบียนเรียนภาคซัมเมอร์" เจต เพื่อนผู้หวังดีกล่าว "ขอบจัยเพื่อน...." แกร๊ก พูดจบประโยคก็วางโทรศัพท์กลับที่เดิมทันที เซ็งDUCK สุดๆ ไม่ทันไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง กริ๊งงงงงง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ "สวัสดีครับ คุณกิตติณัฐใช่ไหมครับ" เสียงชายหนุ่มวัยกลางคนกล่าวผ่านสายโทรศัพท์ "อ่าา.. ครับ" = ตู (ขี้เกียจบรรยายแระ) "คือว่าเราทราบมาว่าคุณกำลังหางานอยู่ ซึ่งทางเราก็สนใจความสามารถของคุณ แล้วเราได้เตรียมตำแหน่งเลขานุการให้กับคุณ" = ชายวัยกลางคน เฮ้ยยยย เริ่มต้นได้เป็นเลขานุการเลย นี่ตูเทพขนาดนั้นเลยเรอะ ส่งพอร์ทไม่จบ ม.6 แต่ได้เป็นเลขา (เริ่มสนใจ) "แล้วต้องทำอะไรบ้างเหรอครับตำแหน่งนี้" = ตู "อ๋อ ก็จดรายงานการประชุม ฝึกสอน พนักงาน และอื่นๆ(ละไว้ในฐานไม่เข้าใจ...ว่ามันพูดอะไรของมัน)" = ชายวัยกลางคน เริ่มเอะใจ มันดูพอร์ทในเว็ปตูเป่าเนี้ย ว่าตูถนัดอะไรความสามารถอะไร ทำไมมันยัดเยียด ตำแหน่งได้แบบหน้าตาเฉย "เอ่อ พี่ได้ดูประวัติผมในเว็ปหรือเปล่าครับ" = ตู "อ๋อ... ไม่ได้ดูครับ" = ชายวัยกลางคน = =เฮ้ย มันไม่ได้ดู แล้วมันนั่งเทียน เวียนรอบหน้าเหลืองหรือไงวะ ถึงได้รู้ว่าตูกำลังหางาน "คือ ผมลงความถนัดไปทางด้านการ วาดรูปวาดการ์ตูนน่ะครับ แบบนี้มันจะไม่ออกนอกสายไปไกลเกินเหรอครับ" = ตู "ทางบริษัทไม่ได้สนใจประวัติหรือสายการศึกษาหรอกครับ เพราะเราสามารถฝึกอบรมคุณได้" = ชายวัยกลางคน น...นี่ ตูออกมาหางานทำยังต้องเข้าอบรม แถมมานั่งคิดดูดีๆ ตูก็อยากเป็นนักวาดการ์ตูนนี่หว่า ม่ะใช่ทำงานเลขา "บริษัทพี่ ทำเกี่ยวกับอะไรเหรอครับ" = ตู "ประกันชีวิตครับ" = ไอตัวซวยชวนขายประกัน "ครับ" พูดไปยิ้มไปแล้วก็ แกร๊ก!?! วางหูอย่างรวดเร็ว บ้าเป่าาาา วะะ จู่ๆมาชวนตูขายประกัน แบบนี้ บริษัทมันคงมี เลขาเดินกันให้ว่อน ทุกคนเป็นเลขาหมด = = ฝันไปเถอะว่าไอเมฆจะไปเข้าอบรมให้พวกแกล้างสมองเป็น หุ่นขายประกัน ความฝันช้านยิ่งใหญ่กว่านั้นว้อยย สามสัปดาห์ผ่านไป ถึงได้รู้ว่าความฝัน แดรกไม่ได้ = = ประกันโทรเข้ามาจนหูไหม้ ชายทีหญิงที พูดดีบ้าง เห้บ้าง เสนอตำแหน่งเวอร์ๆดูหรูๆบ้าง ไม่เสนอตำแหน่งเจ้าของบริษัทประกันเลยเล่า เผื่อกรูจะตกหลุมพวกมรึงบ้าง วิธีนี้ไม่ได้ผล ต้องลองวิธีใหม่ เรารอเค้าเดินเข้ามาหาเองไม่ได้แล้ว เราต้องก้่าวออกไปนอกประตู เดินไปตามหาฝันของเราเอง ว่าแล้วก็searchเน็ท ต่อ (ประตูบ้านมัน) หาเซ้ปรับสมัครนักวาดการ์ตูน ได้มาสามที่ ขอสงวนชื่อไว้ (ทั้งๆที่อยากจะแฉจนอกจะแตก แต่เผอิญลืมชื่อมันหมด) เอาไว้พรุ่งนี้จะมาเล่าประสบการณ์หางานให้ฟังต่อ 22 septembre KruPara Returnครูพละ มาเยือน ...
กลับมาแล้วครับ หลังจากห่างหายไปนานจนเหมือนเลิกเขียน เพราะเขียนไปก็ไม่ได้เงิน คะแนนก็ไม่ดีขึ้น สาวๆยังกลัวรังสีตรูดบนใบหน้า แต่!!! เมื่อถึงเวลา 22 กันยา มรสุมร้าย ผ่านพ้น เหล่าปีศาจ อเวจี บัดสี แสนร้ายกาจก็พากันพักผ่อน ทำให้ผมมีกะใจจะ... ไปนอนดีกว่า
วันนี้วันสุดท้ายของการเรียนเทิมหนึ่งปีสอง เรื่องเศร้า ทุกข์ สุขก็ยังคงวนเวียนหมุนเปลี่ยนผ่านไปเหมือนเคย ด้วยความที่เป็นคนชิวโดยกำเนิดจึง เรียบๆเคียงๆสีข้างเข้าถูรอดมาได้(มั้ง) แต่....ใครจะสนเล่า นี่มันจบแล้วเว้ยยยยยย!!! ลาก่อน God dammed Subject พูดเรื่องเรียนมีแต่เป็นเสนียด เขียด ราคี บล็อกผม เพราะฉะนั้น เอาเป็นว่า ผมจะมาเล่า ประสบการณ์ สุดมันส์ ของเทิมที่ผ่านมาให้ฟังดีกว่า ซึ่ง แน่นอน มันเป็นเรื่องการเรียนที่ผ่านๆมาเนี้ยแหละ แต่ไม่ต้องห่วง ไม่มีความรู้อะไร ที่จะย่างกรายเข้ามาในบล็อก กรูด้าย
พรุ่งนี้ ผมจะขอเล่าเรื่องราวการผจญภัย บนเขา14000เมตร เหนือผืนน้ำ กว่า 7 หมื่นเมตรจากบ้านเกิด ภายใต้ ฝนพรำและน้ำค้าง อันหนาวเห็น ของการถูกกักขัง เป็นเวลาถึง 388800 วินาที ท่ามกลาง เสียงร้องอื้ออึงของเหล่า สัมพเวสี ที่กรีดร้องขอส่วนบุญอย่างโหยหวนทุกค่ำคืน คอยติดตามชม.... 15 mars ระงับ การเขียน (ชั่วคราว)ประกาศ ระงับการเขียนบล๊อกชั่วคราว ด้วยเหตุสุดวิสัย ปัญหาร้อยแปดมะรุมมะตุ้ม อีรุงตุงนัง เอาไว้เรื่อง หมดแล้วจากลับมาเขียนให้ใหม่น้า ขอขอบคุณที่ช่วยคอมเม้นจ๊ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้า ขอโทษทีน้า >/\< 17 février อภินิหารครูพละ ยัตต้า ภาคเกาะสีชัง 2อภินิหาร ครูพละยัตต้า ภาคเกาะสีชัง 2: New Hope (ชี้แจงก่อง ไอที่เราบอกว่ามีคนหลอกให้เราถือของน่ะ เป็นวันที่สองของการเดินทางซึ่ง!! ในภาคที่หนึ่งบอกไปแล้วว่าจะเล่าวันนี้ เพราะฉะนั้นมันม่ะใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่หนึ่งเน้อ อ่านดีๆ อ๋อ ใช่ แล้วก็อีกอย่าง เราก็อยากเขียนแบบภาคสตาร์วอร์ไปตลอดทั้งเรื่องอ่ะนะ แต่ว่าถ้าทำอย่างนั้นมันก็ไม่รู้อรรถรสที่เราเจอที่เกาะน่ะจิ เราไปวาดสีน้ำมันนาเฟ้ย ไม่ใช่เอาดาบเลเซอร์ไปแหย่ตู๊ดส์ใคร แต่เอาเป็นว่ามีโอกาสจะเขียนใหม่ละกัน โดยเฉพาะเรื่องเอี้ยนุ อันนี้แค้นมากขอบอก มันจะต้องตกเป็นกระทู้ล่อเป้าในบล็อกกูไปอีกนานแสนนาน) ณ เกาะสีชัง วันนี้เป็นเช้าวันที่สองที่ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นซาบซ่าที่สุด ดูนาฬิกาก็เกือบเจ็ดโมงแล้วชาวบ้านยังนอนอุตุกันอยู่หลังจากทำงานอย่างหนัก ต่างจากใครบางคนที่เพิ่งตื่นตอนนี้ คั่กๆ เราก็ย่องไปเข้าห้องน้ำตอนเช้าอย่างยากลำบากไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไปข้างนอก ให้คนอื่นตื่นมายำตีนเรา จะทิ้งบอมป์ก็ต้องค่อยๆหย่อนให้ลงตรงเป้าม่ะให้มันมีเสียงร่วงหล่นกระทบน้ำ แค่มีเสียงต๋อมๆก็ใจตุ้มๆต่อมๆแล้ว แต่ดั้นพลาดตอนสุดท้าย ปล่อยเสียงปั้ดเบ่อเร้อ ไอเราก็หวังไว้แค่ว่าพวกที่นอนอยู่คงไม่รู้หรอกว่าใครมันเข้าห้องน้ำ คั่กๆๆ จากนั้นก็ไปอาบน้ำแล้วเดินตะแร้ดแต้ดแต๋ไปรอบๆ ชมวิวที่ริมระเบียง จินตนาการไปว่ากำลังอยู๋บนเรือสำราญ"Am the king of the world~~~~" เพ้อเจ้อไปได้ซักพัก คนถื่นก็เริ่มเดินออกมาทำท่าหยั่งกับผีดิบ (ไม่รู้เพราะมันทำงานหรือว่าอัดเหล้ากัน) เห็นตอนกลางคืนเมาแอ๋กันอยู่ตามระเบียงเกาะเสาโอนเอนกันไปมา ดูแล้วเหมือนลิงแมนดาลินโดนต่อยยังไงหยั่งงั้น กินข้าวเช้าเสร็จวันนี้ลอร์ดเหน่งบอกว่า"Manageเวลากันเอาเองนะคับ งานสามชิ้น" เรากะเจ้าเจดก็รีบลงเขาไปด่วนจี๊เพราะรู้ว่าฝีมือประมาณนี้มันต้องกินค่าประสบการณ์มากกว่าคนอื่นสองเท่าชัวๆ ว่าแล้วก็รีบไปหาทำเลที่ลอร์ดเหน่งเคยบอก "อยู่หลังเขาที่พวกคุณนั่งวาดคราวที่แล้วแหละครับ สวยมั้กๆ" ยิ่งเดินขึ้นเขาไปยิ่งเหมาะกับคำว่าห่างไกลจากความสวยงามนักมีแต่ต้นไม้แห้งๆกับแดดแรงเปรี้ยะๆ เดินไปเดินมาก็มีเสียงจากยามเฝ้าที่"ทางนั้นห้ามเข้านะคร้าบ" (อ้าว ห้ามเข้าแล้วไอที่ทั่นลอร์ดเหน่งบอกสวยๆนี่มันตรงไหนฟระ บางทีเราก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างว่าสายตามองความสวยงามขอเรากะอาจารย์คงจะต่างกันมากๆ) ว่าแล้วก็นั่งลงหาทำเลด้วยความเหน็ดเหนื่อย (อันนี้เจ้าเจดตัวดีมันบอกว่าวาดวิวทะเลนาเฟร้ย ในขณะที่เราจำได้ว่าวาดสีน้ำตอนเช้ามันวาดสถาปัตม่ะใช่รึ ) มองวิวไปมาก็หาที่นั่งพักหน่อย หย่อนก้นลงไปนั่งได้ไม่ถึงสองนาที ความรู้สึกเสียวแปล๊บแล้วตามด้วยความเจ็บสุดบรรยายก็แผ่ซ่านผ่านก้นเราขึ้นมาถึงบนหัว "อ้ากกกก เจ็บๆๆๆๆ" มดกลายพันธุ์ตัวเท่านิ้วโป้งเดินลี้หายไปอย่างสบายไป ท่ามกลางฝูงมดแดงอีกฝูง ต้องไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่าเรารู้สึกเหมือนโดนงูขนาดจิ๋วที่เขี้ยวยาวซักสองเซ็นต์กัด มันเจ็บมั้กๆ ปวดตูดไปหมด จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าเนื้อที่ก้นมันแหว่งไปแล้วรึยังนะ เป็นครั้งแรกที่เกาะสีชังที่เราเอามือลูบก้นไปตลอดทางเดินด้วยความเจ็บปวด เออ ช่างเถอะในเมื่อหาทำเลดีๆไม่ได้ก็นั่งมองวาดทะเลล่ะกัน ว่าแล้วก็นั่งลงที่ม้านั่งร่มรื่นไม่สนว่าวิวดีไม่ดี เย็นไว้ก่อนเป็นพอ พอเริ่มลงสีพื้น(สีน้ำ) ก็ราวกับเป็นคำสาบฟ้ากลั่นแกล้ง มดเอาเนื้อตูดไปไม่พอ เจดรับโทรศัพท์ "อ้าว วาดภาพ สถาปัตเหรอ" บ่ะ วันอะไรฟระเนี้ย ของก็วางแล้ว สีก็เริ่มลงแล้ว เซ็งกิ๊กๆเลย ยังเก็บของไม่ทันเสร็จเจ้าเจดก็เดินตัวปลิวหายลับไป เราก็เดินไปรอบๆ ตอนแรกกะจะวาดบ้านขายน้ำซะหน่อย แต่มีคนนั่งอยู่เยอะแล้วเลยกะจะเดินขึ้นเขาไปดูวัดอะไรที่ว่างดงามหาใดเปรียบที่ลอร์ดเหน่งบอก เดินหาจนทั่วจนต้องไปถามคนสวนที่รดน้ำต้นไม้อยู่ว่าวัดนั่นอยู่ไหน แล้วก็ไตเขาขึ้นไปเพื่อจะเจอกับเจ้าเจดตามด้วยยัยเจ้าประคุณทูนหัวที่ลงมาเกือบพร้อมๆกันแล้วบอกว่า"ม่ะมีอะไรเรยข้างบน" ผึ๋ง!! เสียงด้ายแห่งความอดทนของเราขาดกระจุย เอาหละวะ ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น ว่าแล้วก็เดินลงไปเอาซักที่นั่งวาดให้เสร็จๆ หันหลังไปจะเห็นเจดกะแม่เจ้าประคุณทูนหัวนั่งกันอยู่ข้างหลัง คริๆๆ วาดไปได้ซักพักก็เสร็จแล้วเราก็เดินไปดูพวกมันสองคนวาดรูปอยู่ (ประณีฒกันจางงเล้ยย เข้าใกล้เจ้าพวกเนี้ยบๆทีไรผื่นขึ้นทุกที) ระหว่างนี้ไม่อยากจะยอมรับเลยว่า ยัยเนี้ยบนี้ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ ช่วยเจ้าเจดทำงานพูดคุยก็เป็นผู้เป็นคนเหมือนกัน (หุ ๆ ๆ ภาคนี้เริ่มGossip) อืมๆ เราคงมองมันแง่ร้ายไปหน่อย เอาเถอะคนเราก็ต้องมีขาวบ้างดำบ้างเสร็จแล้วก็ออกไปกินข้าวกันในขณะที่เนี้ยบวิ่งไปหาเพื่ออีกกลุ่ม ที่ร้านข้าวกลิ่นสามัญชนคละคลุ้ง "ยี้" พนักงาน เอ่อ ไม่ใช่สิ ชาวบ้านหญิงหน้าดำตู้ดตูด เดินเข้ามาถามอย่างสุภาพ "เอาอะไร" - (เริ่มต้นประโยคก็แสดงกรินาวอนTeenเสียเร้ว) "มีอะไรบ้างครับ" - (ไม่รู้นี่หว่า) "อาหารตามสั่งมีหมด" - (เออ อันนี้กูรู้แล้วยังไงเมิงต้องเจียวไข่เป็นแน่ๆ) "มีอะไรแนะนำบ้างไหมครับ" - (มาทะเลทั้งทีขอเด็ดๆหน่อย) "ก็มีผัดฉ่าทะเล" - (เป็นไงฟระผัดฉ่า เอาเถอะ อย่างน้อยก็มีคำว่าทะเล) "อ่า งั้นเอาผัดฉ่าทะเลล่ะกันครับ" - (หิวแล้วน้าขอเร็วๆหน่อยจ้า) "...ฉ่าทะเลอะไร"ทำหน้างงๆ ประกอบ - (...) "-_- โอเช กระเพราไก่ไข่ดาวครับ" - (พอกันที) ว่าแล้วสามัญชนหญิงก็เดินจากไป มีนิยามคำเดียวให้"เกลียดมัน" สิบนาทีผ่านไป สิบห้านาทีผ่านไป ไม่มีวี่แววกับข้าว มีมาให้แต่Pepsi กินจนจะอิ่มอยู่แล้ว จนเจดเดินไปถาม ผ่านไปอีกซัก เกือบสิบนาที กับข้าวก็เริ่มมา ความโมโหหิวหายไป เหลือไว้แค่ กลิ่นของสามัญชนที่คละคลุ้งอยู่ในร้านอาหารนี้ (อาหารก็ธรรมดา คนเสิร์ฟก็หน้าตูด ตูมาทะเลทำไมเนี้ย) กินเสร็จก็ขึ้นไปเอาเฟรมลงมาวาดสีน้ำมันต่อ นั่งวาดอยู่ตรงริมทะเล เจดกะเนี้ยบก็โทรหากันกิ้วก๋าวยูเรก้า "เด้วแพรจะมานะ"เจดกล่าวอย่างภาคภูมิ แล้วแพรก็มานั่งทำงานด้วย ชิ นั่งกลางทำไมลินซีดอยู่ตรงเจ้าเจดด้วยเอื้อมยากนะเฟ้ย แต่ไม่เป็นไร น้ำมันสนก็อยู่ฝั่งข้า วะ 55555 นั่งทำงานไปได้แปปเดียว แปปเดียวจริงๆ เวลาก็หมด ต้องรีบไปเก็บของแล้วไปผาคอขาดอะไรซักอย่าง ระหว่างที่ไต่เขาอันสูงชันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่อาจทราบได้ เรา เจด แพร ก็เดินสวนทางกับพวกเจ้าเอกที่กำลังเดินลงมาโขลงใหญ่ๆ(ตอนนั้นเราเดินถือเฟรมให้แพรอยู่ คิดไม่อยากจะเชื่อว่าระหว่างนั่งด้วยกันเราก็คิดว่ามันก็เป็นคนที่คุยด้วยได้นะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด) "แพร เราเอาของมาให้แล้ว ไปด้วยกันสิ"เอกกล่าวขึ้นอย่างเหย่อหยิ่ง แพรรับของเดินตัวปลิวลงไปข้างล่างพร้อมกับพวกเอก"โทษนะเจด เมฆ เอาของไปเก็บให้หน่อยน้า ","ไม่เอาหละเอกเด้วเราเดินเอาของไปเก็บกับพวกเจดก่อน ","เราไม่อยากทิ้งเพื่อนหรอกเด้วเราเดินเอาของไปเก็บก่อนนะ" คุณคิดว่าแพรพูดคำไหน ให้เวลาคิดสามวินาที ติ๊ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หมดเวลา ผิดดดด มันไม่พูดอะไรเลยยย!!! เดินตัวปลิวลงไปอย่างสบายใจเฉิบ "แพรตามเพื่อนมากเกินไป"เจดกล่าว "สาดดดดดด"ครูพละกล่าว"เกิดมา กรูไม่เคยโดนหลอกใช้ถึงขนาดนี้จากคนที่คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อน!!!" ยอมรับว่าตอนนั้นโกรธมากๆ (ตอนนี้ก็ด้วย) ภาพลักษณ์ที่ดีๆพังหลายร่วงกราวราวกับเกรด Visual Com คิดอย่างเดียวว่าตอนนี้ใครจะพูดอะไรก็แก้ภาพลักษณ์ของเอ็งไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ได้โดนมากับตัว อาศัยฟังเค้ามาแล้วสังเกตจากสิ่งมีชีวิตทดลองหมายเลขJ48A1-72D56E แต่นี้ โดนเข้ากับตัวเองเลย ไม่ต้องฟังใครอีกต่อไปแว้ว (คนชอบGossipคงชอบภาคนี้) หลังจากเอาของไปเก็บอย่างแค้นเคืองก็เอาของไปเก็บแล้วหยิบอุปกรณ์ขึ้นสามล้อบึ่งไปที่หน้าผา ที่นั่นสวยมากกกกก ประทับใจที่ได้มาก็ตอนนี้แหละ เป็นอะไรที่สวยที่สุดตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น ทำเอาลืมความ...ของใครบางคนไปเลย มองแล้วเพลินนนน จนเกือบลืมวาดรูปไปซะแล้ว ตอนที่เหลือเด้วจะมาเขียนต่อวันหลังน้า เพราะสั้นมากช่วงกลับ^^" อนึ่ง ขาดตกบกพร่องอะไรก็ขออภัยด้วยครับผม หลังจากจบตอนหน้าเด้วคงต้องหาอะไรมาเขียนซะแว้ว คั่กๆๆ Happy Final work's Holiday จ้า ถึงงานจะเยอะมากกกก แต่ ใครสน!!! 13 février อภินิหารครูพละ ยัตต้า ภาค เกาะสีชังEpisode 1 : Seachang Menaceเปิดตัวด้วยรายได้ต่ำติดดิน เหยื่อสำหรับนักวิจารณ์มือใหม่สับเละไม่มีชิ้นดี อภินิหารครูพละภาคเกาะสีชัง!!! ความเดิมตอนที่แล้ว แต๊น แต้นนน (โปรดคิดซะว่าตัวหนังสือกำลังวิ่งขึ้น ตามด้วยมาชส์แบบสตาวอร์) ครูพละผู้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับจักรวรรดิCo-mart อันเกรียงไกร นำโดย วิช(ชวล)ลอร์ดเหน่ง และสมุนมือขวาผู้เหี้ยมโหดเหี้ยม ดาร์ท(เอี้ย)นุ นำกำลังเข้ารุกรานแผ่นดินร้อยพันให้ยอมสยบอยู่ใต้อาณัติ ครูพละผู้หล่อเหลาได้ถูกผนวกเข้าเป็นกองทหารราบไร้ยศศักดิ์ใดๆพร้อมทั้งถูกถีบส่งไปร่วมแนวหน้าบ้าเลือดที่ดาวC2ข้างๆห้องน้ำ ครูพละเสียท่าโดนดาร์ท-นุตัดหัวขาดกระเด็นพร้อมกับความจริงที่ว่า LowSkill !!! "ม้ายยยยยย"ครูพละตะโกนก้อนก่อนโดนกดชักโครกลงท่อน้ำทิ้ง เขาจึงเร่ร่อนกลับไปยังฐานฝ่ายกบฎ ให้ฝ่ายช่างต่อหัวให้ใหม่ และเตรียมตัวสำหรับฝึกวิชาโอ้ลัลล้าSummer Vacationที่เกาะสีชังเพื่อการแก้มือ แต๊น แต้นนน ตึม ตะระ รึม ตึม ตื้มมมม ฉากเริ่มต้นด้วยยานคณะทูต พากองกำลังย่อยที่481ข้ามฟากไปยังดาวสีชังผ่านกองเรือหาปลาขนาดมหึมาที่ลอยลำอยู่รอบเกาะ (ต่อไปขอเล่าด้วยสไตล์ธรรมดา เพื่ออรรถรสในการรับชม) ผมถือกระดานและสัมพาระรุงรังซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกร้อยแปด (อาฐิเช่นคอมnoteBook,ปลั้กสามตากันหน้าแตก,ขนม,เป็ปซี่ลิตรขวดเป้งๆที่ยุ้ยบอกให้ซื้อติดตัวมาเพราะบนเกาะขายโค้กราคาทองคำแท่ง และอื่นๆอีกมากมาย) เพราะฉะนั้นกระเป๋าเราจะหนักกว่าขอคนอื่นซักสามเท่าได้มั้งแบกทีไหล่แทบหลุด ขึ้นเรือไปนั่งพร้อมเอากระเป๋าวางไว้บนตักประดาษกับเฟรมวาดรูปบังวิวด้านหน้ามองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เลยต้องหันขวาตลอดการเดินทางคุยสนุกสนานเฮฮากิ๊กก๊าวยูเรก้ากับคนรอบข้าง พอเรือขึ้นฝั่งก็ขนของอันหนักอึ้งขึ้นรถสามล้อที่ดัดแปลงจากแมงกะไซไปตามทางลาดชันสุดๆ เพราะเมืองนี้สร้างอยู่บนเขาสูงชันบนเกาะ ระหว่างทางก็เริ่มสร้างวีรกรรมด้วยซีนเด็ดที่เห็นกันบ่อยๆเวลานั่งรถสามล้อ "อะจ้ากกก หมวกตูบินไป นู้นนน แว้ววว" และไม่วายเจดก็ต้องลงไปเก็บให้(บนรถเพิ่งนึกออกทีหลังว่าสามล้อขับถอยหลังได้ "ขอบใจมากเกลอ") พอมาถึงที่พักก็ต้องเผชิญกับความประหลาดใจอีกครา "อะไรกันนี่ หะรู หะรา สุดๆ" หกเตียงนอน สองอ่างล้างหน้า หนึ่งตู้เสื้อผ้า สองห้องน้ำ(อาบน้ำด้วยรวมเป็นสี่ห้อง) แถมด้วยหนึ่งราวตากผ้าขนาดมินิ ในห้องมีสบู่ แอร์ แชมพู น้ำสิงฆ์แบบขวดพร้อมแก้วอีกชุดหญ่ายๆ ยังไม่พอนอนวันนี้มีที่วางของพร้อมลิ้นชักให้อีกสี่ตัว มันยอดมากเลยป้ามาธาร์ !!! เทียบกับไอเล้าเลี้ยงไก่ติดพักลมคอหักในป่าคราวก่อนแล้ว นี่มันสวรรค์ชัดๆ !! หลังจากลงไปกินข้าวอะไรกันเสร็จแล้วก็เริ่มงานแรกกันเล้ยย เดินถืออุปกรณ์ลงเขาไปกับเจดเพื่อหาทำเลวาดรูปในสวนหลวงจุฑาอะไรซักอย่าง ที่นั่นเป็นสวนติดทะเลวิวดีมาก มองไปไกลๆแล้วอยากนอนมากกว่ามานั่งทำงาน แง่มๆ เสียอย่างเดียว ต้นไม้ที่นี่ไม่เต็มใจจะผลิดออกออกผลแผ่กิ่งก้านใบกันซักเท่าไหร่ แล้งหยั่งกับน้ำใจใครบางคนที่เราช่วยถือของกลับไปเก็บที่ห้องพักแล้วตัวมันดันกลับเดินตัวปลิ้วลงไปกับเพื่อนมันในวันที่สองของการเดินทาง (อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดอดใจรออ่านวันที่สองของการเดินทาง) เรากะเจดก็เดินไปนั่งที่ม้านั่งตรงที่ได้วิวชาดหาดตลอดทางแห่งนึง เป็นมุมดีมากๆ ร่มเย็นไม่มีคนเดินผ่านแล้วมาพูดว่า อู้ยดูนั่นสิลูก วาดเก่งเหมือนลูกเลยหละจ๊ะ (อนึ่งลูกเค้าอายุราวๆ6 ขวบ) หลังจากวาดไปได้ซักพัก อาจาย์เหน่งกับอาจารย์แจงก็เดินมา(คู่พิฆาต) "เอาหละสิ ไม่มีที่ซ่อนด้วย แย่หละเว้ยย" อาจารย์ใช้เวลาพินิจอยู่ซักพัก อาจารย์แจงไปยืนดูของเจดส่วนอาขารย์เหน่งเดินมาที่เรา"ทีแปรงคุณใช้ได้แล้วนะครับ ก้อนเมฆท้องฟ้าก็ใช้ได้แล้ว เด้วดูเรื่องทะเลหน่อยและกัน เพราะคลื่นมันเท่ากันหมดเลย " (กรี๊ดดดด อาจารย์ชม รักอาจารย์จัง) ไม่นานหลังจากอาจารย์ไปก็วาดเสร็จเป็นรูปเป็นร่าง(ถ้าจะให้พูดจริงๆก็คือ เสร็จแล้วอ่ะ><) ก็ได้เวลากลับขึ้นไปกินข้าว ถือเฟรม ยงโย่ ยงหยก กลับขึ้นเขา ควาวนี้เหนื่อยสุดๆ แม่เจ้า เขามันสูงขึ้นรึไงนะ พอขึ้นไปก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า "เอางานมากองรวมกันเลยครับ ผมจะวิจารณ์แล้ว แล้ว ๆ ๆ" เอางานมากองรวมกันเสร็จอาจารย์ก็เดินไปมาพร้อมกับบ่นๆๆ ลอยผ่านงานไปมา (โฉบเอาสีน้ำมันออกจากภาพไปติดเท้าตัวเองบ้าง เหยียบบ้าง อย่างไม่รู้ตัว) โชคดีมากกๆๆ ที่งานเราไม่ได้โดนยกขึ้นมา เพราะอาจารย์พูดคำว่า"ไอคนที่เริ่มต้นวาดจากเส้นขอบฟ้าตรงกลางหน้ากระดาษน่ะนะ(ผมเองแต่ไม่รู้ว่าเขาหมวยถึงใคร คั่กๆ) แย่มาก แล้วก็ยังมีภาพบางภาพไม่รู้ว่าวาดได้ยังไง" พร้อมกับเดินมาทางงานผมแล้วยกงานที่วางไว้ข้างๆขึ้นมา (อกอีแป้นจะแตก) หลังจากช็อตหวาดเสียวผ่านไปทุกคนก็แยกย้ายไปกินข้าวที่เขาเตรียมเอาไว้ให้(ลำดับเหตุการณ์ผิดไปบ้างแต่ ใครสน!!! ^o^) เสร็จแล้วก็กลับห้อง ผมนอนเอกขเนกทันทีที่ถึงเตียง เตียงนุ่มๆแอร์เย็นๆ พระช่วย ไม่ขออะไรไปมากกว่านี้แล้ว พอได้อาบน้ำอุ่นๆยิ่งซู๊ดยอดเข้าไปใหญ่ วางโปรแกรมไว้ ตั้งใจจะเปิดหนังดูด้วยโน๊ตบุ๊คกับเจ้าเจกซักหน่อย แต่ก็ดั้น แม่เจ้าประคุณทูนหัวของใครบางคนโทรมาเรียกตัวเจดลงไปทำงานเป็นเพื่อน "เสียเส้นเฟ้ยให้ตายเถอะ แถวบ้านเค้าเรียก โดนเล่นแล้วกรู" แล้วคนในห้องก็ทรอยหายไปทีละคนสองคน ออกไปทำงานบ้างเที่ยวกลางคืนในเมืองบ้าง ไอเราบทจะออกไปเที่ยวในเมืองก็เหนื่อยเดินกันไส้บิด มืดก็มืด"จะบ้าเรอะ ไม่ไปด้วยร้อก" (เมฆคิดในใจเงียบๆด้วยเสียงอันดัง) ว่าแล้วก็หาอะไรทำด้วยการเดินออกนอกห้องโฉบไปมาห้องนั้นบ้างนี้บ้าง ผ่านระเบียงของโถงกลางก็เห็นเจดกะ...กะลังวี๊ดว้ายกระตู้วู้ (แต่มาอีกรอบไอ...มันดันจะไปข้างนอกกับเพื่อนซะงั้น) ลองเดินขึ้นไปบนห้องพวกเทพเจ้าทั้งหลายก็ดัน6-7คนนั่งทำงานทุกคน เฮ้อ ครูพละเซ็งกิ๊ก ชวนใครโดดงานไม่ได้ซักคน แต่ไม่เป็นไร เรายังคงคอนเซปของเราไว้ว่า งานสบายไม่ซีเรียสไม่มีเครียดใช้ชีวิตชิวๆ คั่กๆ เราจะไม่ยอมลงไปนั่งทำงานเพราะคนอื่นเค้าทำงานกันเด็ดขาด ด้วยความหนักแน่น เลยเดินกลับห้องไปนอนบนเตียง กินขนมที่เอามาด้วย(Dewberry คุ๊กกี๊ครีมไส้แยมสตอเบอรี่ อร่อยม๊ากกก) กับเป็ปซี่ลิตรพร้อมแก้วใส่น้ำแข็งเย็นฉ่ำอีกใบ แล้วก็อ่านหนังสือต่วยตูนพร้อมกับฟังเพลงจากเครื่องเล่นmp3 ใครที่เหนื่อยๆแล้วได้ลองทำอย่างนี้หลังอาบน้ำนะ จะรู้ว่ามันสุดยอดขนาดไหน ^o^ ดื่มด่ำกับความสุขได้ซักพักใหญ่ๆก็เริ่มง่วง ท่าทางวันนี้จะหนักแฮะหรือว่าเพราะเรามันแบกของมาหนักเองก็ไม่รู้ เลยคิดว่าแค่นี้ละกันสำหรับวันนี้ เข้านอนเลยดีกั่ว เด้วพรุ่งนี้งานเยอะเก็บแรงไว้ก่อนละกัน จะได้ทำนพรุ่งนี้ได้เต็มที่หน่อย ว่าแล้วก็เอนตัวลงนอน หมอนกับเตียงนิ่มม๊ากกกก ขอย่ำ ๆ ตอนนอนก็ดันมีฝันร้ายเข้ามาแจมอีกว่าเจ้าเจดมันทำงานเสร็จแล้วมายิ้มเยาะเรา หนอย ตื่นมาเมิงตายแน่ เท่านี้ก่อนล่ะกานนะครับสำหรับวันแรกของผมที่เกาะสีชัง เด้วคงต้องไปนอนเอาแรงแล้ว ขอให้ทุกคนสมหวังวันวาเลนไทน์นะครับ โชคดีครับ
If the Dream is Big Enough the reality is nothing (หากฝันเราใหญ่โตพอ ความจริงก็ไม่สำคัญอีกต่อไป)
ปล.เสียดายเอารูปลงblogไม่ได้เพราะไม่มีกล้อง ชิชะ ไอเพื่อนๆทั้งหลายอย่าให้เห็นว่ามีรูปทะเลลงblogกันนะเฟร้ยย เด้วชั้นจะ...อิจฉา>< 4 février Behind the Gateเรื่องของประตูวันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะแม่ปลุกให้ไปช่วงอุ้มหมาหน้าบ้านไปหลังบ้านทีละตัวๆ เหนื่อยมั่กให้ตายเถอะโรบิ้นมีตัวเดียวไม่ว่าเลย ดั้นมีกันเกือบสิบตัว แล้วไหงพ่อกับแม่ทำงานรับแขกกันสองคนให้ลูกอุ้มหมานะ แง่ง!! พอจะกลับขึ้นไปนอนต่อ ไอหมาเจ้ากรรมก็ดันหลุดออกมาหน้าบ้านอีก คนซวยก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ต้องอุ้มมันกลับไปหลังบ้านอีก (ไม่อยากจะคุยว่าทำอย่างนี้วนไปมาประมาณห้ารอบ จนเราเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า ไม่ได้ปิดประตูหลังบ้าน ชิ เรื่องเซ็งแต่เช้า) ท่าทางไอที่เคยเขียนไว้ว่าจะโชคดีเมื่อวานนี้ฝันไปแหงมๆ ว่าด้วยเรื่องของประตู ประตูที่เปลี่ยนใหม่วันนี้เป็นประตูรีโหมดที่อยู่หน้าบ้าน (แม่นแล้วไอบานที่ฉันต้องนั่งอยู่หน้าบ้านเพราะลืมรึโหมดเอาไว้ในห้องบ่อยๆนั่นแหละ) แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนประตูซี่ๆที่ทำด้วยเหล็กเป็นทำด้วยไม้ทำไม แต่ก็พอจะเดาออกพอนึกถึงนิสัยของท่านพ่อ "พ่อชอบบ้านไม้ทรงไทยนะ เด้วพอลูกทำงานแล้วซื้อให้พ่อซักหลัง พ่อจะย้ายไปอยู๋ที่นั่น ดูหรูหรามีสไตล์ แถมสมัยนี้วัสดุที่ใช้ยังทนทานไม่พังง่ายๆแล้วด้วย" ไม่รู้สินะ เราเป็นคนไม่ชอบบ้านทรงไทยเอามากๆเลย เพราะมันเข้าได้หลายทางเกินเหตุ ไอประตูหน้าก็ไม่รู้จะมีไว้ทำไมในเมื่อกำแพงข้างๆนี่โล่งโจ่งเลย (โปรดนึกภาพตามเวลาเดินขึ้นบันไดไม้ไปแล้วมันจะมีประตูซึ่งหาความแข็งแรงไม่เจอเลย แถมมองผ่านเข้าไปเห็นข้างในบ้านชัดแจ๋วอีกต่างหาก) อ่ะ ลืม พูดเรื่องประตูรีโหมดอยู่ แต่ก็ช่างมันเถอะ พ่อกับแม่บอกให้ช่วยเฝ้าช่างที่มาทำหน่อย ไอเราก็หาโอกาสแวปทุกที เพราะมันน่าเบื่อม๊ากก เรื่องนี้ทำให้เราพาลคิดไปถึงเวลาที่เราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง อยากได้ปราการทำจากเหล็กกล้าทั้งหลังประมาณระเบิดลงแล้วเรายังนอนนิ่มเหมือนวอลโว่วิ่ง เรื่องสุดท้าย ตอนนี้กำลังติดตามข่าวอยู่ว่างานโดจินหรือว่าคอมมิคเกตจะมีกันเมื่อไหร่น่อ จะได้เตรียมชุดเราให้พร้อมบ้าง เด้วเอาไปใส่โชว คิๆ อ่ะ ๆ อยากรู้หละสิว่าใส่เป็นตัวอะไร บูว!! ผิดไม่ใช่ เล็ม เสียใจด้วยยัยเบลว์ตัวดี ฉันไม่ทาลิปสติกเด็ดขาด ไอบทจะเอารูปมาลงก็ดั้นลงรูปไม่เป็นอีก เซ็งจับจิต นึกภาพตามเอาล่ะกัน ใครเคยเล่นKingdom Hearts 2 , Kingdom Hearts Chain of Memmory ต้องรู้จักชัวร์ๆ เราแต่งเป็นพวกNobody XIII Organize (ลองsearch หาดู ฮุ ๆ เกมกำลังดัง) อ่ะ! อย่ามาหาว่าชุดเชยนะเฟร้ย ชุดออกจะเริ่ด เดินตามถนนไม่โดนตำรวจจับด้วย แต่ท่าทางต้องหาคนไปด้วย เด้วแต่งตัวเดินเดี่ยวๆแล้วสาวๆจะอดใจมารุมล้อมไม่ไหว คั่กๆๆ 3 février Return of Mage The Greatเมฆ มาเยือน!!! ได้มีโอกาสกลับมาเขียนบล็อคซักทีหลังจากที่ตัดสินใจดรอบVisual Art!!ไป มองซ้ายขวาเหลียวหน้าแลหลังทางรอดยังเล็กเท่ารูหนูเหมือนเดิม 35จาก 100 นี่ได้มาได้ยังไง เห็นคะแนนแล้วก็ตัดสินใจ กลับจุดเซฟดีกว่าตู หลังจากตัดสินใจแล้วก็ดั้น มีคนบอกว่าจะดรอบก็ต้องไปขอกับอาจารย์ผู้สอนอีก อะไรมันจะจองล้างจองผลาญขนาดนี้นะ ว่าแล้วก็เดินขึ้นไปQ7ขอใบดรอบแล้วเอาลงไปให้อาจารย์ เดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างมาดมั่น คนอื่นถืองานพะรุงพะรังในขณะที่เราเดินตัวปลิว ความรู้สึกเช่นนี้ช่างหาได้ยากนัก ถึงจะทำได้ไม่ยากก็เถอะ เด่นดีจางเร้ย เดินไปมองเพื่อนไปแล้วก็หยอดรอยยิ้มให้เพื่อนๆที่มุมปากเล็กน้อยพอเป็นพิธี (ว้าว ฉากจบสวย พระเอก ตาย-- --"บ่ะ!) พอเอาใบให้อาจารย์เค้าก็พูดว่า"คุณเป็นคนขยันนะครับไม่ได้อยู่ในลิสบัญชีดำของผมเลย"(อยากจะสวนกลับไปว่า ลิสบ้านเอ็งสิให้ตูมา35เนี้ยจะฆ่ากันเหรอ แต่ยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้ เด้วเจอมันclassอื่นแล้วเราจะซวยเอา) ว่าแล้วก็ยอมเซ็นเหตุผลดรอบตามที่อาจารย์บอกไว้ LOW SKILL !!!! บัดซบ ๆ ๆ แค่ตัดกระดาษไม่เนี้ยบเนี้ยเจ้าหน้าเหลี่ยมมันจะเลิกเป็นนายกรึไง ชิ! ... อุ ลืมตัวเผลอระบายอารมณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย เอาเถอะ เด้วเรื่องดีๆก็พรั่งพรูกันเข้ามาเอง โดนซวยCombo non stopมาตั้งนานแล้ว เด้วไปเต้นยัตต้าล้างซวยหน้าตึกQดีกว่าเผื่อจะแก้อาถรรพ์ได้บ้าง หมดเรื่องคุย เลิกเขียน ดองงาน ไปเล่นเกมต่อดีก่า ยัตต้า! |
|
||||||
|
|